STORYTELLING


STORYTELLING

สัปดาห์ที่ผ่านอาจารย์ก็ได้นำหัวข้อที่น่าสนใจอีกข้อหนึ่งมาให้พวกเราได้ทำกิจกรรมกันอีกแล้วค่ะ ครั้งนี้มาในกัวข้อว่าด้วยการเล่าเรื่องนั่นเอง โดยอาจารย์จะให้เราเปรียบเทียบวิธีการเล่าเรื่องของเรากับคนญี่ปุ่น ว่ามีความแตกต่างอย่างไร

การ์ตูนข้างล่างนี้เป็นการ์ตูนที่เราเอามาใช้เป็นเรื่องในการทำกิจกรรมครั้งนี้ค่ะ

ลองเล่าเรื่องเป็นภาษาไทย: นี่เพื่อนฉันน่ะมันหน้าตาไม่สวยมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว โตขึ้นมันก็เลยไปทำศัลยกรรมจน เปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลยล่ะ แล้วพอมันสวยมันก็หาแฟนดี ๆ ได้ แต่มาวันหนึ่งมันก็โป๊ะแตกว่ามันทำศัลยกรรมมา มันเครียดมากเลยกลัวแฟนบอกเลิก แต่แฟนมันดันบอกว่า ไม่ต้องสนใจเรื่องนั้นก็ได้ เพื่อนฉันมันก็ตื้นตันใจมากที่แฟนมันใจกว้างไม่ว่าอะไร แล้วแฟนมันก็พูดต่อว่า เพราะผมก็เป็นเหมือนกัน เพื่อนฉันก็งงว่าหมายความว่าไงวะ แฟนมันก็เอามือจับผมตัวเองแล้วก็กระชากออกมาเลยเว้ย เพื่อนฉันก็เงิบไปเลย เพราะแฟนมันหัวล้าน ผมสักเส้นก็ไม่มี

ลองเล่าเป็นญี่ปุ่น私の友だちね。子供からブスなので調整したのよ。別人のようになったみたいに美人になったよ。でも、それで、素敵でかっこいい彼氏ができた。である日、自分が調整したことが彼氏にばれてしまった。彼氏に怒られるのではないかと凄くしんぱいしていたが、彼氏が優しく「そんなこと気にしなくてもいいのに」といったよ。友だちも感動して、なんて素敵な人だろうと。で彼氏が「僕もそういうなんだから」と、友だちが混乱した。どういうことだろうと で彼氏が自分の髪にてを伸ばして、ウィッグはずしたよ!中身は坊主頭だよ。一本の髪さえもない。で友だちがショックした。

เวอร์ชั่นคนญี่ปุ่นเล่า : ねえ、ねえ、聞いてよ。私の友達の話なんだけど、すごい面白いのよ。その友達、すごい美人なの。でも、実は、 本当の顔があって、その顔はすご~いブスなの。つまり、整形して、すごい美人になったのね。でも、そのおかげ、すごい素敵な彼氏が出来たの。ほんとうにハンサムでやさしくて….もう、彼女にはもったいないぐらいの彼。 でもね、そのあと、大変なことが起こったんだって。つきあってしばらくのうちは、彼女も、その昔の写真を見ら れないように気をつけていたんだけど、ちょっと油断 ゆ だ ん してしまって、彼が部屋に来たときに、いつもだったら隠し てあった昔のアルバムの写真を、そのまま机の上に出しちゃって、彼がそれを見ちゃったの。もう..大ピンチでしょ う?で、彼女は、そこで、もう別れられる、怒られて別れるしかないとか思ったんだけど、彼、そこで何と言ったと 思う?ニコット笑ってそんなこと、気にしなくていいよ、って言ったのよ。
それで、次、彼、何したと思う?彼、 自分の髪の毛に手を持っていって、つるって、髪の毛を取ったのよ。そしたら、彼の頭も、つるつるぴかぴかだった の。で「僕もこんなだし」って彼女に見せたのよ。だから、彼も、つまり、整形みたいなものよ。もう似たもの同士 だったの。すごいカップルでしょう? 
(そしたらね、彼もニコット笑って、「そんなこと、気にしなくてもいいよ」って言ってくれたんだって。それはね、 どうしてか分かる?実は彼も、カツラだったのよ。もう本当に、全部、頭の髪の毛、なかったの。カツラを取ったら つるつるぴかぴかだったのよ。) 

จะเห็นได้ว่าความยาวต่างกันมาก5555 แต่ก็นะการเล่าเรื่องมันเป็นสไตล์ของแต่ละคนบางคนชอบเล่าแบบละเอียดยิบ บางคนเล่าข้ามๆไปเน้นที่ตัวเองอยากเน้นหรือเรื่องพีคๆ

ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดเลยระหว่างเรากับคนญี่ปุ่นคนนี้ คือ 
  • ด้านคำศัพท์・ไวยากรณ์ (การใช้ภาษา) :
ใช้ศัพท์ภาษาอังกฤษแทนคำที่นึกไม่ออก เช่น วิกผม เราก็แทนไปด้วยศัพท์ภาษาอังกฤษแทน หรือ ถ้านึกไม่ออกจริงๆ ก็จะใช้การบรรยายเพิ่มเติมเพื่อแสดงให้เห็นสภาพของคำนั้นๆ เช่น ในภาษาไทยเราอยากพูดว่าหัวล้าน ซึ่งเราคิดว่าเป็นคำที่พอพูดปุ๊บก็จะได้ภาพของคนหัวล้านโล่งเตียนทันที พอเรามาพูดในภาษาญี่ปุ่นก็อยากคงความนัยนั้นเอาไว้ แต่ไม่รู้จะพูดอย่างไรจึงใช้การบรรยายว่าแม้แต่ผมสักเส้นก็ไม่มีแทน ส่วนใภาษาญี่ปุ่นเขาใช้คำเลียนเสียงแทนเพื่อแสดงสภาพว่ามันวาวเรียบลื่น


เราใช้ ウィッグはずした。中身は坊主頭だよ。一本の髪さえもない
ญี่ปุ่นใช้ 全部、頭の髪の毛、なかったの。カツラを取ったら つるつるぴかぴかだったのよ。
  • การใช้คำสันธาน เชื่อมโยงเรื่อง
เราว่าญี่ปุ่นมีคำสันธานเยอะมากนะ จะเห็นได้ว่าคนญี่ปุ่นใช้คำสันธานในการเล่าเรื่องเยอะทีเดียว เช่น そのおかげで、それで、つまり ต่างกับเราที่พอเป็นภาษาไทยแล้วไม่ค่อยเห็นคำสันธานที่ชัดเจนเท่าไหร่นัก ถ้าลองเอาความหมายของสันธานญี่ปุ่น
ไปใส่ในการพูกภาษาไทยแล้ว มันไม่เป็นธรรมชาติเลย เราลองเอาความหายそこでมาใส่ในประโยคภาษาไทยในบริบทเดียวกันดูดู
แต่มาวันหนึ่งมันก็โป๊ะแตกว่ามันทำศัลยกรรมมา (そこで)ดังนั้น/ทันใดนั้น มันเครียดมากเลยกลัวแฟนบอกเลิก
ในความคิดของเรา เพราะในภาษาไทยไม่นิยมใส่คำเชื่อมแบบนี้เยอะเท่าญี่ปุ่น เราซึ่งเป็นคนไทย ก็จะแปลในหัวจากภาษไทยเป็นญี่ปุ่น
พอในภาษาไทยไม่มีคำเชื่อมแล้ว ในภาษาญี่ปุ่นของเราก็จะไม่มีตามไปด้วย

นี่ก็คือความแตกต่างที่เด่นๆ ในการเล่าเรื่องของเรากับคนญี่ปุ่น เพื่อนๆคนอื่นๆคิดเห็นอย่างไรกันบ้าง?

ความคิดเห็น

  1. อธิบายละเอียดมากเลยครับ ผมทำอีกรูปนึงก็เห็นเหมือนกันเลยว่าคนญี่ปุ่นชอบใช้คำเลียนเสียง แล้วก็มีคำสันธานเยอะ

    ตอบลบ
  2. จุดที่คนอื่นพูดถึงถึงคือคำสันธาน ของคนญี่ปุ่นจะมีหลากหลาย ถ้าจะเล่าเรื่องให้ได้ต่อเนื่องและเนียน ต้องใช้คำสันธานเก่งๆค่ะ แบบที่หนูเขียนเลย

    ตอบลบ

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

My First APP JP LING Class

旧暦の月・和風月名